ชาวไทยทั้งประเทศ “ปลื้มปิติ” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงอดทนและเสียสละเพื่อส่วนรวม ทั้งที่หลังพระหัตถ์มีการติดเข็มต่อสายน้ำเกลือ

ชาวไทยทั้งประเทศ “ปลื้มปิติ” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงอดทนและเสียสละเพื่อส่วนรวม ทั้งที่หลังพระหัตถ์มีการติดเข็มต่อสายน้ำเกลือ

%e0%b9%80%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b9%89

เวลา 09.07 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ องค์การมหาชน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทรงเปิดงานประชุมวิชาการ “Thailand International Science Fair 2017” ซึ่งจัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ในปี 2559 และเปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากทั่วโลก นำเสนอผลงานโครงการวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ครูและนักเรียนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิชาการ และศิลปวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน โดยมีผู้เข้าร่วมงาน 296 คน จาก 45 โรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

15875449_959518140816851_8077754816489429330_o

 

15844286_959518044150194_5298504685662816522_o

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสเปิดการประชุมฯ แล้วทรงฟังบรรยายพิเศษโดย นายเฉลิมพล ปุณโณทก ผู้สร้างและผลิตหุ่นยนต์ดินสอ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่นักเรียนในการผลิตหุ่นยนต์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “หุ่นยนต์ดินสอ 3” เป็นหุ่นยนต์เพื่อการบริการและการสื่อสาร มีลักษณะคล้ายมนุษย์ สูงประมาณเด็ก 10 ขวบ สามารถใช้งานบริการได้ตามโปรแกรมที่บรรจุ อาทิ การเสิร์ฟอาหารและแนะนำสินค้า และ “หุ่นยนต์ดินสอมินิ” เป็นหุ่นยนต์ให้บริการผู้สูงอายุ มีการใช้งานในประเทศญี่ปุ่น และทดลองใช้งานตามโรงพยาบาลในประเทศไทย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุผ่านจอมอนิเตอร์

ในการนี้ ทอดพระเนตรการนำเสนอผลงานโครงงานของนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือก 2 โครงงาน ได้แก่ โครงงานจากประเทศเกาหลี เรื่อง “การเพิ่มความสามารถในการคงสภาพและดูดซับแก๊สของ IR-MOF5 ด้วยการเติมสารประกอบ” และโครงงานจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เรื่อง “การวัดความเผ็ดโดยวิธีทางไฟฟ้าเคมี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร”

จากนั้น ทรงเปิดหอประวัติมหิดลวิทยานุสรณ์ พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ ซึ่งจัดแสดงข้อมูลของครูและนักเรียนทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงประวัติโรงเรียน โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2533 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นองค์การมหาชนในปี 2543 จัดการศึกษารองรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนนักวิจัยพัฒนาและนักประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์ของประเทศในอนาคต

ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการวิทยาศาสตร์ 73 โครงงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในงานประชุมวิชาการ”Thailand International Science Fair 2017″ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรม Science Zone จัดแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยและกิจกรรม Science Activity ซึ่งฝึกให้นักเรียนใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  โดยงานประชุมวิชาการดังกล่าวจัดไปถึงวันที่ 9 มกราคมนี้

15936737_959518294150169_933789532813139205_o

รวบคู่รักหมอกำมะลอ! เปิดคลินิกลวงลูกค้าทำศัลยกรรม โฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อโซเชียล

รวบคู่รักหมอกำมะลอ! เปิดคลินิกลวงลูกค้าทำศัลยกรรม โฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อโซเชียล

รวบ 2 หนุ่มสาวเปิดคลินิกเสริมความงาม โฆษณาผ่านสื่อโซเชียล มีผู้ตกเป็นเหยื่อมากมาย จนกระทั่งรวมตัวกันเข้าเเจ้งความ เเละสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด ตรวจสอบทั้งสองไม่ได้เป็นเเพทย์เเต่อย่างใด

เมื่อวานนี้ (17 ธ.ค.) พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า รรท.ผบก.น.8 พร้อม พ.ต.อ.ปพณพัชร์ ตั้งจิตจารุพัชร์ ผกก.สน.บางยี่เรือ พ.ต.ท.สามารถ เนียมสร้อย สว.สส.สน.บางยี่เรือ และ พ.ต.ท.เอกลักษณ์ หมวกผัน สว.สส.สน.บางยี่เรือ นำกำลังจับกุม นายโอภาส เจริญวิทย์ อายุ 23 ปี และ น.ส.ณัฐชานันท์ พิทักษ์ชัยกร อายุ 25 ปี แฟนสาว ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 799/2559 และ 800/2599 ลงวันที่ 15 ธ.ค.59

ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พร้อมของกลางสมุดบัญชีเงินฝากหลายเล่ม เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง โดยจับกุมตัวทั้ง 2 ราย ได้ที่ลานจอดรถชั้น 6 อาคาร ไอดีโอ สาทร เลขที่ 221 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

จากการสอบถาม พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เปิดเผยก่อนสอบปากคำผู้ต้องหาว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหาย 15 ราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ว่า ได้เข้าไปใช้บริการเสริมความงาม สลายไขมัน และทำศัลยกรรมหน้าอก ที่คลินิกวีเมค ย่านถนนราชพฤกษ์ แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี โดยทราบข่าวจากโฆษณาชวนเชื่อทางเฟซบุ๊ก

แต่เมื่อไปใช้บริการแล้วกลับได้รับผลข้างเคียง บางรายถึงขั้นเจ็บป่วย ในขณะที่มีหลายรายหน้าอกเกิดปัญหา เมื่อติดต่อขอให้ทางผู้ให้บริการแก้งาน ก็ถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม พอผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าพบก็ปิดคลินิกหนี สร้างความเสียหายรวมกันประมาณ 2 ล้านบาท

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ให้บริการ คือ นายโอภาส และ น.ส.ณัฐชานันท์ ซึ่งไม่ได้เป็นแพทย์แต่อย่างใด จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลเอาไว้ และติดตามไปจับกุมทั้ง 2 รายได้ในที่พักของอาคารคอนโดมิเนียมหรูดังกล่าว

“จากการขยายผลนั้นยังทราบด้วยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1-2 คน โดยคลินิกดังกล่าวเปิดได้เพราะมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมท่านหนึ่งเป็นผู้ขออนุญาต แต่ขอเท็จจริงของการให้บริการปรากฏว่าเป็นการลงมือของผู้ต้องหาที่ไม่ใช่แพทย์แต่อย่างใด”

“หนำซ้ำยังมีการอวดอ้างโฆษณาไปตามสื่อโซเชียลมีเดียว่า กระทำโดยแพทย์ ดังนั้นตนจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งทำการหาความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า มีส่วนร่วมทำผิดด้วยหรือไม่ ก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินการเพิ่มเติมกันต่อไป” พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ กล่าว

โดยระหว่างที่ตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่นั้นปรากฏว่า มีผู้เสียหายที่ทราบข่าวพากันเดินทางมาที่ สน.บางยี่เรือ เพื่อชี้ตัวจำนวนมาก หลายคนกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่เข้าด่าทอผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย อย่างรุนแรงเนื่องจากโกรธแค้นที่ต้องสูญเสียเงินรายละนับแสนบาท จนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันแยกย้ายและปลอบประโลมให้สงบสติอารมณ์

นอกจากนี้มีผลการตรวจสอบเงินในบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีเงินเหลือหมุนเวียนอยู่เกือบ 2 ล้านบาท ขณะนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการทำเรื่องอายัดเพื่อนำมาคืนให้ผู้เสียหายต่อไป

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับแพทย์ที่ใช้ชื่อขออนุญาตเปิดคลินิกให้ผู้ต้องหาดำเนินการทำศัลยกรรมนั้น มีชื่อ ว่า นายแพทย์เเละเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ให้สถาบันทางการแพทย์ชั้นนำ มีดีกรีระดับด็อกเตอร์ทางเภสัชวิทยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลถึงแนวทางความเชื่อมโยงต่อไปว่า ถูกแอบอ้างจากกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

 

 

Cr. : http://news.sanook.com

กองปราบบุกจับหมอเถื่อน กำลังฉีดโบท็อกซ์ อ้างเรียนมา ยาสูตรเด็ด สวยเบ็ดเสร็จ 5,900

กองปราบบุกจับหมอเถื่อน กำลังฉีดโบท็อกซ์ อ้างเรียนมา ยาสูตรเด็ด สวยเบ็ดเสร็จ 5,900

 

91

ตำรวจกองปราบร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบุกจับสองสาวหมอเสริมความงามเถื่อน คาห้องพักในโรงแรม ขณะกำลังฉีดโบท็อกซ์ให้ลูกค้า รับทำมา1 เดือนลูกค้ารายที่5 อ้างเรียนมารับประกันยาดีสูตรเด็ดราคาตั้งแต่ 1,500-5,900 บาท

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 15 ธ.ค.59 พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำกำลังตำรวจกองปราบและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.สงขลาและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.หาดใหญ่ ตรวจค้นภายในห้องพักหมายเลข 510 ของโรงแรมแห่งหนึ่ง(โรงแรมเน็กกล้า)ตั้งอยู่ถนนทุ่งรี ซอย3 เขตทม.คอหงส์ เยื้องๆประตูร้อยแปด มอ.อ.หาดใหญ่ จับกุมหญิงสาว 2 คน คือ น.ส.พรนรินทร์ ชาญกัน อายุ 24 ปี และ น.ส.สุทิศา อุทายาท อายุ 28 ปี เป็นชาว จ.ขอนแก่น ทั้งสองมีหน้าตาดี ซึ่งเป็นหมอเถื่อนรับเสริมความงาม

“จับกุมได้ขณะกำลังฉีดโบทอกให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปีชาว จ.ปัตตานี อยู่บนเตียงนอนภายในห้องพักของโรงแรม และจากการตรวจค้นพบอุปกรณ์เสริมความงามทั้งโบท็อกซ์ฟิลเลอร์ วิตามินซี คลูตา และรกแกะ แช่อยู่ในตู้เย็น พร้อมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นเข็มฉีดยาและอื่นที่เหมือนกับแพทย์ใช้กันทั่วไป”

รายงานข่าวว่าจากการสอบสวนทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าเพิ่งรับทำเสริมความงามให้กับหญิงสาวมา 1เดือน และรับทำให้กับลูกค้ารายนี้เป็นคนที่5 โดยเดินทางด้วยเครื่องบินมาจาก จ.ขอนแก่น และเปิดห้องพักของโรงแรมในหาดใหญ่ฉีดโบทอกให้กับลูกค้าตามที่ได้มีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้าโดยอ้างว่าแม้จะไม่ได้เป็นหมอแต่ก็เรียนวิธีการเสริมความงามด้านนี้มา

จากการตรวจสอบขยายผลจากเฟสบุ๊คของ น.ส.พรนรินทร์ พบว่ามีการเชิญชวนลูกค้ารับทำทั้งคาง ปาก ผิว หน้า แบบสวยครบเซตและอ้างเป็นสูตรดียาดีและยังส่งยาให้คลินิคหลายที่พร้อมกล้องสดยืนยันว่ามีตัวตนจริงๆ อัตราค่าบริเวณเช่นผิวขาว 1,500-2,000 บาท หรือ คอส 1,500/5 ครั้ง ราคา 5,900 บาท ซึ่งเป็นสูตรที่มิ๊กรวมๆกัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองคนไปสอบสวนขยายผลในรายละเอียดและวิธีการรวมทั้งที่มาของยาทั้งหมดเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

 

 

ที่มา : http://www.matichon.co.th/

9 เรื่องน่าจดจำของในหลวงรัชกาลที่ 9

9 เรื่องน่าจดจำของในหลวงรัชกาลที่ 9

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ หรือในหลวงรัชกาลที่9ของปวงชนชาวไทยอย่างเราๆนั้น พระองค์ท่านช่างมีพระราชกรณียกิจและพระจริยวัตรอันเป็นที่น่าจดจำมากมายหลายอย่างเหลือเกินค่ะ หากหมอจะต้องเขียนว่าท่านได้ทำอะไรเพื่อชาวไทยบ้าง คิดว่าหน้ากระดาษยาวเท่าไหร่ก็คงจะไม่พอแน่ จึงขอยก9เรื่องที่หมอคิดว่าเป็นที่น่าจดจำขึ้นมาเผยแพร่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในช่วงเวลาที่น่าเศร้านี้ค่ะ

1.“ในหลวงอย่าทิ้งประชาชนนะ”

 651951-topic-ix-0

ในวันเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิสฯ เพื่อศึกษาต่อให้จบก่อนจะกลับมาขึ้นครองราชย์ ขณะที่ประทับรถพระที่นั่งไปสู่สนามบินดอนเมืองทรงได้ยินเสียงตะโกนดังๆว่า

“ในหลวง อย่าทิ้งประชาชนนะ”

ทำให้ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า “ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้”

เป็นที่น่าประหลาดว่า ต่อมาอีก ๒๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบชายที่ร้องตะโกนทูลพระองค์ไม่ให้ทิ้งประชาชนนั้นเป็นพลทหาร และในปัจจุบันเขาออกไปทำนาอยู่ในต่างจังหวัด

เขากราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่ทรงทิ้งราษฎร เขาทูลว่า ตอนที่เขาร้องไปนั้น เขารู้สึกว้าเหว่และใจหาย ที่เห็นพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จไปจากเมืองไทย กลัวจะไม่เสด็จกลับมาอีก เพราะคงจะทรงเข็ดเมืองไทย เห็นเป็นเมืองที่น่ากลัวสยดสยอง เขาดีใจมากที่ได้เฝ้าฯอีก กราบบังคมทูลถามว่า

“ท่านคงจำผมไม่ได้ ผมเป็นคนร้องไม่ให้ท่านทิ้งประชาชน”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า

“เราน่ะรึที่ร้อง?”

“ใช่ครับ ตอนนั้นเห็นหน้าท่านเศร้ามาก กลัวจะไม่กลับมา จึงร้องไปเหมือนคนบ้า”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตอบ

“นั่นหละ ทำให้เรานึกถึงหน้าที่ จึงต้องกลับมา”

 

2.แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

i1

เมื่อปี พ.ศ.2540 เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชียส่งผลให้ประเทศไทยของเราเศรษฐกิจย่ำแย่ มีบริษัทล้มละลายและผู้คนตกงานมากมาย ส่งผลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ท่านได้เคยมีพระราชดำรัสไปเมื่อปี พ.ศ.2517  กลับมากล่าวขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง เศรษญกิจพอเพียงก็คือ ความพอประมาณที่มีความพอดีที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เพื่อมุ่งหวังว่าพสกนิกรชาวไทยจะสามารถนำไปปรับใช้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน มั่นคง และปลอดภัย คำสอนเหล่านี้ได้เข้าไปอยู่ในจิตใจเสมอมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้และตลอดไป

 

3.พระราชจริยาวัตรอันงดงามของในหลวงที่มีต่อสมเด็จย่า

king15

ในหลวงเคยรับสั่งเอาไว้ว่า “ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน” ภาพที่พระองค์ท่านคอยประครองสมเด็จย่าเดิน จึงเป็นภาพที่ประชาชนคนไทยได้เห็นกันอย่างชินตา และเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก

 

king10

โดยปกติในหลวงจะเสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักจิตรลดา ไปวังสระปทุมในตอนเย็นทุกวัน เพื่อไปเยี่ยมสมเด็จย่าและเสวยพระกระยาหารร่วมกันไปทำให้สมเด็จย่าชุ่มชื่นพระหทัยสัปดาห์ละ ๕ วัน ทุกครั้งที่ในหลวงเสด็จไปหาสมเด็จย่า ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตักสมเด็จย่า แล้วสมเด็จย่าก็จะดึงในหลวง เข้ามาสวมกอด หลังจากเสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว ก็จะมาประทับและมีพระดำรัสกับสมเด็จย่า ส่วนมากในหลวงมีพระดำรัสกับสมเด็จย่าว่าตอนพระองค์ท่าน เล็กๆ สมเด็จย่าเคยสอนอะไร และที่สำคัญท่านอยากฟังสมเด็จย่าสอนอีก

 

king11

เมื่อคราวที่สมเด็จย่าประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ในหลวงเสด็จไปเยี่ยมไปเฝ้าวันละหลายชั่วโมง ไปทุกวันไปให้ความอบอุ่น คราวหนึ่งในหลวงประชวร สมเด็จย่าก็ประชวรอยู่โรงพยาบาลศิริราชด้วยกัน แต่คนละมุมตึก ตอนเช้าในหลวงทอดพระเนตรเห็นพยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวงพอเห็นสมเด็จย่า ก็รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ แม้มหาดเล็กจะกราบทูลว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว” ในหลวงมีรับสั่งว่า “แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้”

 

นับเป็นพระจริยาวัตรอันงดงามของในหลวงที่มีต่อสมเด็จย่า ยังคงตราตรึงใจพสกนิกรชาวไทย และยังคงอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืมเลือน ตราบนานเท่านาน เป็นพระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู และทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ให้คนไทยได้เจริญรอยตามพระองค์ท่าน

 

4.พระราชกรณียกิจด้านการกีฬา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ในหลวงเรือใบ

เรือใบเป็นกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเป็นพิเศษ พระองค์ทรงเป็นตัวแทนของประเทศไทยลงแข่งเรือใบในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 9-16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมตามโปรแกรมการฝึกซ้อม และทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงในฐานะนักกีฬา เช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่น ๆ ในที่สุด ด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงชนะเลิศเหรียญทอง และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทอง จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ท่ามกลางความปลื้มปีติของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั่วโลก ทำให้พระอัจฉริยภาพทางกีฬาเรือใบของพระองค์ที่ยอมรับกันทั่วโลก

 

5.พระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ในหลวงเล่นดนตรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์เพลง แยกและเรียบเรียงเสียงประสาน ทรงเป็นครูสอนดนตรีแก่ข้าราชบริพารใกล้ชิดและทรงซ่อมเครื่องดนตรีได้ด้วย ตลอดจนทรงเชี่ยวชาญในศิลปะแขนงต่างๆ อย่างแท้จริง สมกับที่พสกนิกรชาวไทยน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องดนตรีได้ดีหลายชนิด ทั้งประเภทเครื่องลม เช่น แซกโซโฟน คลาริเนต และประเภทเครื่องทองเหลือง เช่น ทรัมเป็ต รวมทั้งเปียโน และกีตาร์์ ที่ทรงฝึกเพิ่มเติมในภายหลัง เพื่อประกอบการพระราชนิพนธ์เพลง และเพื่อทรงดนตรี ร่วมกับวงดนตรีส่วนพระองค์

เพลงพระราชนิพนธ์ยังคงไพเราะและทันสมัยอยู่เสมอ แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ความไพเราะเหล่านั้นก็ยังติดตรึงใจชาวไทยเสมอมา

 

 

 

6.พระราชจริยวัตรเกี่ยวกับความประหยัดและพอเพียง

nan69

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างของความประหยัดและพอเพียงมาตั้งแต่ยังทรงเยาว์ เช่น

หลอดพระยาสีทนต์นั้นท่านจะใช้อย่างประหยัดยิ่ง หลอดยาสีพระทนตเปล่าของพระองค์นั้น พระองค์จะใช้จนแบนเรียบโดยตลอด

e11782214-26

ในทุกครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานพื้นที่ต่างๆ ของสิ่งหนึ่งที่จะทรงใช้จดบันทึกข้อมูลอยู่ตลอด คือ ดินสอไม้ โดยปีๆหนึ่ง ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่งเท่านั้น จนดินสอนั้นกุด

 

7.สุนัขทรงเลี้ยง คุณทองแดง

48670

หลายคนอาจจะทราบมาบ้างแล้วว่า คุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สุนัขที่ได้สมญานามว่าเป็นสุนัขประจำราชกาล

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์การแพทย์พระราม 9 ก็ได้มีนายแพทย์คนหนึ่ง นำลูกหมาที่มีลักษณะโดดเด่นตัวนี้มาทูลเกล้าฯ ให้กับท่านได้ทอดพระเนตร แล้วจึงมีรับสั่งว่า ให้นำเข้ามาเลี้ยงเพราะสภาพของนางแดงผู้เป็นแม่หมานั้น ทรุดโทรมเต็มที่ ไม่สามารถเลี้ยงลูกเองได้

12038011_790237537764737_6786373572991740572_n-1

คุณทองแดงก็ได้เป็นที่โปรดปรานของในหลวงมาก เนื่องจากเป็นสุนัขที่ฉลาดมาก นอกจากนี้ยังเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเข้ามาคลอเคลียพระองค์ เวลาเสด็จพระราชดำเนิน ทุกครั้งที่ในหลวงเสด็จประทัปพักผ่อนอิริยาบถที่ใด คุณทองแดงก็จะตามเสด็จฯ ด้วย มีครั้งหนึ่งที่ไม่ได้ตามเสด็จไป ซึ่งในหลวงไปทรงงานที่สวนจิตรฯ นานไปหน่อย ทำให้คุณทองแดงเครียด เพราะคิดถึงในหลวง ถึงกับล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว

เรื่องราวของคุณทองแดงและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเป็นอีกมุมน่ารัก ที่ทำให้คนไทยนึกถึงได้อยู่เสมอ

 

8.พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

14642056_1017026225073261_2225794402028286389_n

เรื่องราวนี้นำมาจาก สารสภาวิศวกรรม ฉบับเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2550 เป็นเรื่องเล่าโดย คุณนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คุณนินนาท ได้เล่าว่า

สิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้แก่ตนเอง และ พนักงานโตโยต้าทุกคน คือ เมื่อกลางปี พ.ศ. 2540 ที่ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ในวันที่ 5 พ.ย.2540 มีข่าวในหน้า นสพ.ว่า ทางโตโยต้าจะปิดโรงงานลอยแพ พนักงาน 5,500 คน ซึ่งกระทบภาพลักษณ์บริษัท ขวัญและกำลังใจของพนักงานอย่างยิ่งในบ่ายวันเดียวกัน ทางบริษัทฯ ได้จัดแถลงข่าว เพื่อแก้ข่าวที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า บริษัทไม่เคยคิดปิดโรงงาน และ เลิกจ้างพนักงาน

ต่อมามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใย พนักงานโตโยต้า

ในเช้าวันที่ 6 พ.ย. 2540 เลขานุการส่วนพระองค์ได้ โทรศัพท์ถึง คุณนินนาท และแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชประสงค์ สั่งซื้อรถโตโยต้าโซลูน่า 1 คัน โดยให้พนักงาน ใช้มือทำก็ได้ ไม่ต้องใช้เครื่องจักร ไม่ต้องรีบ พนักงานคนไทย จะได้มีงานทำนานๆ

ประโยคนี้สร้างความปลื้มปิติยินดีแก่พนักงานโตโยต้าเป็นอย่างมาก

เมื่อนำรถคันดังกล่าวไปถวายพระองค์ในเดือน ธ.ค.2540 พระองค์ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นเช็คเงินสด 600,000 บาท โดยทรงพระราชทาน แนวพระราชดำริว่า ให้โตโยต้า ไปตั้งโรงสีข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนา ซึ่งมีปัญหา 2 อย่าง เวลาเก็บข้าวในยุ้งฉาง มักเสียหายและถูกขโมยบางส่วน เวลาสีเป็นข้าวสารก็ขายไม่ได้ราคา โตโยต้ามีการบริหารจัดการที่ดี ควรตั้งโรงสีข้าวตัวอย่าง เมื่อสีข้าวได้แล้วขายในราคาสวัสดิการ ให้แก่พนักงาน และ ขายผลพลอยได้ เช่น แกลบ รำ ให้แก่เกษตรกรชุมชน ที่เลี้ยงหมูและ เป็นที่มาของ บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด

 

9.พระบรมราโชวาทของพ่อหลวงที่มอบให้ปวงชนชาวไทย

1386253494-1-o

ถึงแม้วันนี้ท่านจะสวรรคตไปแล้วแต่พระบรมราโชวาทของท่านจะยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยทุกคนตลอดไป

“เมื่อประชาชนมีความสุขแล้ว เราถึงจะมีความสุขด้วย”

“ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อน คือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี”

“อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก สติปัญญา และความกล้าหาญ”

“โภคะทั้งหลาย มิได้สำเร็จได้ด้วยเพียงคิดเท่านั้น”

“จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน”

“ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่ได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น”

“ความซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นเสมือนหนึ่งเกราะคุ้มภัยแก่ท่านตลอดไป”

“การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้”

“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี
ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”

“การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ
เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่
และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว
แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง
ในการสร้างเสริมและสะสมความดี”

 

“ขอให้ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความสามัคคี หมั่นประกอบสัมมาอาชีพโดยความสัตย์สุจริต คิดถึงประโยชน์สุขส่วนรวมของบ้านเมืองเสมอเป็นสำคัญ”

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากทั้งหมดของพระบรมราโชวาทที่ท่านมอบให้แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อให้เป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิต และเพื่อให้ชาวไทยได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

6ปีกับการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาของสุดยอดเซเลปวัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุดในโลก

6ปีกับการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาของสุดยอดเซเลปวัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุดในโลก

วินาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ ไคลี่ เจนเนอร์ #เธอมาไกลมากจริงๆ #แชร์เก็บไว้เป็นแรงบัลดาลใจค่ะ  #kyliejenner

 

s__7585794

ปี2010 สาวน้อยไคลี่ เจนเนอร์ ยังโพสท่าเคอะๆเขินบนพรมแดงอยู่เลย

 

s__7585796

ปี2012 นางยังแต่งตัวขาดๆเกินๆ และลุคดูเรียบร้อยมากกก

s__7585800

 

ปี2013 เริ่มฉายแววเซ็กซี่แล้ว แต่หน้าและหุ่นยังไม่เป๊ะปัง

 

s__7585803

ปี2016 ปากมา หน้าเป๊ะ นมตู้มมาเต็ม เปลี่ยนไปเยอะเหมือนคนละคน

 

s__7585806

และล่าสุดไคลี่ เจนเนอร์ในลุคผมบลอนด์ นางมาไกลมากกกกจริงๆ แทบไม่มีเค้าเดิมหลงเหลือ ก้าวขึ้นมาเป็นแฟชั่นไอค่อนตัวแม่ที่แบรด์ไฮเอนด์ต่างๆต้องการตัว ขอปรบมือให้รัวๆๆๆเลยค่าา

 

 

Cr.รูปภาพ stylecaster

 

 

 

“ถุงผ้าห่ม” ก็มา! แบรนด์เนม Balenciaga โชว์กระเป๋ารุ่นใหม่อีกแล้วครับท่าน

“ถุงผ้าห่ม” ก็มา! แบรนด์เนม Balenciaga โชว์กระเป๋ารุ่นใหม่อีกแล้วครับท่าน

“ถุงผ้าห่ม” ก็มา! แบรนด์เนม Balenciaga โชว์กระเป๋ารุ่นใหม่อีกแล้วครับท่าน

                  แฟชันนิสต้าเมืองไทยอึ้งซ้ำสอง “บาเลนเซียกา” ผุดกระเป๋ารุ่นใหม่ หน้าตาคล้ายถุงผ้านวม คาดราคาหลักหมื่น หลังเคยสร้างความฮือฮากับกระเป๋า “ถุงสำเพ็ง”

เฟซบุ๊ก Dudesweet ได้โพสต์ภาพจากอินสตาแกรม @carolinedefayetelle เปิดเผยถึงกระเป๋ารุ่นใหม่ของ บาเลนเซียกา (BALENCIAGA) แบรนด์ดังระดับโลก พร้อมข้อความระบุว่า “ถุงสำเพ็งมีวางขายแล้ว Balenciaga ทำถุงผ้านวมออกมาเรียกร้องความสนใจต่อ แต่อันนี้ค่อนข้างอุบาทว์ ราคาน่ะหรือ ก็น่าจะหกเจ็ดหมื่นเท่ากับถุงสำเพ็งรอบก่อนมั้ง”

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ บาเลนเซียกา เคยสร้างความฮือฮาในหมู่แฟชันนิสต้าเมืองไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ออกคอลเลกชันกระเป๋าสะพาย คล้ายคลึงกับ “ถุงกระสอบ – ถุงสายรุ้ง” ของบ้านเรา โดยเฉพาะแถวสำเพ็งซึ่งเป็นย่านค้าส่งสินค้ากิฟต์ชอปจากจีน ซึ่งเป็นฝีมือของ Demna Gvasalia ดีไซเนอร์หนุ่มวัย 34 ปี โดยระบุว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าขนของ

***ที่มาจาก : http://manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9590000099111

คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!

คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!

คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!

ภาพจากเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ”

คนมีรถหรูดูไว้ เฟอร์รารีจมน้ำท่วม แถว ๆ ตรงข้ามตลาดพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน เผยค่าซ่อมสองล้านหย่อน ๆ โดยประมาณ เปลี่ยนหมดจดตั้งแต่พรมยันระบบอิเล็กทรอนิกส์ของเบาะ

จากกรณีที่ในโลกโซเชียลต่างแชร์ภาพรถยนต์เฟอร์รารี รุ่น F12 Berlinetta สีเทา หมายเลขทะเบียน 5 กฎ 918 กรุงเทพมหานคร ประสบเหตุจมน้ำที่ท่วมขัง เนื่องจากฝนตกอย่างหนัก บริเวณถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า เชิงสะพานข้ามแยกพงษ์เพชร แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ทำให้น้ำเข้าไปในรถได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมานั้น

เฟซบุ๊กเพจ “Evo Magazine Thai Edition” ของนิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่ง ระบุว่า รูปด้านนอกคนลงและส่งต่อกันเยอะมากแล้ว ดูสภาพข้างในเถอะว่า เฟอร์รารี่ก็ต้องรอการระบายเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมน่าจะอยู่สองล้านหย่อน ๆ โดยประมาณ

– เปลี่ยนพรม
– ระบบ electronic ของเบาะทั้ง 2 ข้าง ที่ช็อต
– กล่อง ECU
– กล่องสมองเกียร์
– กล่องสมองเครื่อง
– Catalytic Converters Sensor
– ระบบไอดีไอเสีย
– ก้านลูกสูบ
– ค่าแรง

 

 

คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!
ภาพจากเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ”
คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!
ภาพจากเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ”
คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!
ภาพจากเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ”
คำนวณ “เฟอร์รารี” จมน้ำแยกพงษ์เพชร คาดค่าซ่อม 2 ล้าน!
ภาพจากเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ”

***ที่มา http://manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9590000099672

ใบอนุญาตเปิดคลินิกปลอม ใบอนุญาตของแพทย์ก็ปลอม

ใบอนุญาตเปิดคลินิกปลอม ใบอนุญาตของแพทย์ก็ปลอม

ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์โดดเด่นดอทคอมรายงานว่า  บ่ายวันนี้ (29 กันยายน 2559)  นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยนายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้ช่วยอธิบดีกรมสบส. และเจ้าหน้าที่กองกฎหมายกรมสบส. ร่วมกับพันตำรวจตรีเกียรติคุณ การะเกษร สารวัตรกองกำกับการ 4  กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม Bonta clinic ( Master Bonta Clinic ) ตั้งอยู่ที่ซอยสะพานตากสิน 8 (ซอยแซ่ซิ้ม) แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี  กทม. ใกล้สถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิตร  เนื่องจากมีการร้องเรียนผ่านเฟซบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อนว่ามีการใช้เครื่องมือแพทย์เสริมความงามโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์

thumbnail_13137

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลินิกเสริมความงามแห่งนี้ไม่พบตัวเจ้าของ แต่พบเจ้าหน้าที่ให้บริการ 3 คน หนึ่งในนั้นทำหน้าที่แทนแพทย์เป็นหมอเถื่อน จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก จ.เชียงราย ให้บริการเสริมความงาม

14522466_1481718031844713_421485397_o

ทั้งดูดไขมัน ขัดผิว ฉีดโบท๊อก ฟิลเลอร์ คลินิกแห่งนี้ดำเนินการมาแล้วกว่า 1 ปี โดยมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานในการเปิดสถานพยาบาลทั้งหมด และนำภาพบุคคลอื่นที่ไม่ใช่แพทย์ไปติดทับใบประกอบโรคศิลปะของแพทย์ตัวจริง จึงถือว่าทั้งคลินิก และหมอไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541

13134

สิ่งที่พบเห็นก็คือมีการใช้ผู้ที่ไม่ใช่แพทย์มาทำหน้าที่ดูดไขมัน และเครื่องมือแพทย์ไม่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ซึ่งการดูดไขมันลดความอ้วนเช่นที่ขา  จะต้องมีการฉีดยาชาเพื่อระงับความเจ็บปวด 

รวมทั้งมีการผ่าโคนขาสอดอุปกรณ์เข้าไปเพื่อดูดไขมันออกมา ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความอันตราย เสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอุดตันของไขมันในเส้นเลือด จึงต้องกระทำด้วยแพทย์จริงเท่านั้น

14522315_1481718101844706_1190950300_o
thumbnail_13140

ซึ่งในวันนี้ปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการที่เคยมาดูดไขมันที่ขาทั้ง 2 ข้าง ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และมาลดรอยยุบหลังดูดไขมันที่ขาที่คลินิกแห่งนี้อีก บอกว่าการดูดไขมันครั้งที่ผ่านมา เกิดอาการเส้นเลือดใหญ่ที่ขาขาดทั้ง 2 ข้าง จนเลือดไหลไม่หยุด มีอาการช็อคต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล   จึงนับว่าเป็นอันตรายอย่างมากต่อผู้ใช้บริการในคลินิกที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับผลการตรวจสอบคลินิกแห่งนี้ พบเวชระเบียนผู้ใช้บริการกว่า 60 ราย พร้อมเวชภัณฑ์ที่ใช้เสริมความงามจำนวนมากที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เช่น โบท๊อก ฟิลเลอร์ ยาชาชนิดฉีด ยาแก้อักเสบ เครื่องดูดไขมัน

รวมทั้งชุดสวมกระชับหลังดูดไขมัน และยังพบไขมันที่ดูดจากผู้รับบริการเก็บในตู้แช่แข็งอีกประมาณ 6 ถุง   ยังพบว่ามีผู้รับบริการทยอยเดินทางมาตามนัดเพื่อดูดไขมัน เสริมความงาม

14466941_1481717978511385_600376126_o

จากการสอบถามพบว่าทุกคนไม่ทราบมาก่อนว่าคลินิกแห่งนี้เป็นคลินิกเถื่อน เพราะมีการโฆษณาผ่านทางเฟสบุ๊คว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และแพทย์จากสถาบันที่มีชื่อเสียงของไทย จึงหลงเชื่อมาใช้บริการ โดยมีอัตราค่าดูดไขมันต่อรายไม่ต่ำกว่า 40,000 บาท

14513807_1481717958511387_2054824803_o

14522484_1481718128511370_895370006_o

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวต่อไปว่า ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเจ้าของคลินิกแห่งนี้ 5กระทง ได้แก่ ได้แก่ 1) เปิดคลินิกโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2) ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3) จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

4) จำหน่ายยาโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 5) ปลอมแปลงเอกสารราชการมีความผิดตามกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท

14466215_1481714978511685_1824125785_o

ด้าน นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้ช่วยอธิบดีกรม สบส. ได้กล่าวฝากเตือนประชาชนว่าปัจจุบัน   พบว่ามีคลินิกที่ลักลอบเปิดบริการเสริมความงามจำนวนมาก จึงขอให้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ที่คลินิกจะต้องแสดงตามกฎหมาย

ดังนี้  1) แสดงใบอนุญาตให้ประกอบกิจการ และอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย 2) ติดป้ายชื่อ ประเภทและลักษณะการให้บริการ รวมทั้งเลขที่ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการจำนวน 11 หลัก ที่ด้านหน้าสถานพยาบาล

และ 3) ติดป้ายชื่อพร้อมรูปถ่าย เลขที่ใบอนุญาตของแพทย์ที่ทำการรักษา ที่หน้าห้องตรวจ-รักษา โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสถานพยาบาล และแพทย์ที่ทำการรักษาว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ ที่เว็บไซต์กรม สบส. (www.hss.moph.go.th) และเว็บไซต์ของแพทยสภา (www.tmc.or.th)

หากมีข้อสงสัยหรือพบคลินิกเถื่อน หมอเถื่อนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เฟสบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน, เฟสบุ๊คสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ และสายด่วน สบส.02-193-7999 ตลอด 24 ชั่วโมง

14518417_1481799405169909_1548480799_n

14508465_1481799388503244_1865432780_n

เอกสารข่าวจากทางราชการ โดยทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข  ให้สื่อมวลชนเผยแพร่ได้ในฐานะสื่อกลางจากภาครัฐไปสู่ผู้บริโภค  

** โปรดอ่านคำแนะนำที่ถูกต้อง จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ในการตัดสินใจเลือกคลินิกเสริมความงาม

 

*** ข้อมูลจาก www.dodeden.com

บุกจับคลินิกเถื่อน Nanariz Clinic ย่านลำลูกกา ใช้เด็กจบ ม.6 ทำศัลยกรรม
แอนเจลิน่า โจลี่ ยื่นฟ้องหย่าแบรด พิตต์!!!

แอนเจลิน่า โจลี่ ยื่นฟ้องหย่าแบรด พิตต์!!!

14354964_977859769002979_5239066532027675922_n

ข่าวล่ามาแรงสุดของวัน!
แอนเจลิน่า โจลี่ ยื่นฟ้องหย่าแบรด พิตต์!!!

หลังจากอยู่กินกันมาเป็น10ปี มีลูกจริง ลูกเลี้ยงด้วยกัน6คน ในที่สุดรักก็ถึงทางตัน